head-namtokhuaisuanphlu-min
วันที่ 22 พฤษภาคม 2022 11:15 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
หน้าหลัก » นานาสาระ » โผผินคืนถิ่น

โผผินคืนถิ่น

อัพเดทวันที่ 5 พฤศจิกายน 2020

โผผินคืนถิ่น

พิราบขาว

พิราบขาว มาอย่างเสือ กลับอย่างหมา ( ตอนจบ ) เช้าวันนั้น ภมรและแตงเดินทางกลับบ้านที่ภาคใต้เพื่อไปเอาเสบียง วันนั้นเป็นวันเสาร์จึงไม่มีรายการ ข่าวภาคเช้า  ทุกคนตื่นขึ้นมาและไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาเข้าทำงาน 

ระวีให้เงินไปส่วนหนึ่งกับหนูเท่ง เพื่อซื้อข้าวเหนียวหมูและน้ำเต้าหู้ ปลาท่องโก๋ เป็นอาหารเช้า ส่วนเธอก็คุมการออกอากาด้วยหัวใจที่ได้รับพลังมิตรภาพจากทีมงาน

 

ทีมงานลูกผสมทำงานร่วมกันทั้งวันแบบปกติ  เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อวาน เทปรายการหลายรายการเทปถูกตัดต่อเรียบร้อยด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  ระวีสอนลูกน้องทุกคนให้ทำงานที่เธอทำได้ทุกอย่าง    ตอนนี้ทีมงานลูกผสมก็ทำหน้าที่ทุกอย่างแล้วในสถานีโทรทัศน์แห่งนี้

 

คงเหลือเพียงอย่างเดียวที่ยังไม่ได้ทำคือ ปีนเสาซ่อมสัญญาณสถานีเท่านั้น จึงไม่แปลกที่เธอและทีมงานยังไม่ได้รับการยอมรับจากทีมงานเก่าที่นี่ ก็พวกเธอยังไม่ได้ปีนเสาซ่อมสัญญาณอย่างที่พวกเขาประกาศตัวเอาไว้ 

 

พิราบขาว เย็นวันนั้นทุกคนก็กลับบ้านพักตามเวลาปกติ โหน่งรับอาสาที่จะเป็นคนดูแลห้องส่งและบรรจุเทปตามผังรายการเพียงคนเดียว และให้ทุกคนไปพักผ่อน  ระวีทิ้งรถคันของเธอไว้ให้โหน่ง และบอกให้โหน่งปิดสถานี ตอน 6 ทุ่ม  โดยให้ขึ้นจอดำว่า “ระบบสัญญาณขัดข้อง ขอปิดสถานีชั่วคราวจนกว่าจะพร้อม”

 

เพราะเธอเองก็ไม่อยากให้โหน่งต้องอยู่ตามลำพังดึกเกินไป กลัวว่าจะเกิดอันตรายกับเขา เธอกำชับให้เขาระแวดระวังตัวให้ดี ล็อคประตูห้องออกอากาศไว้ตลอดเวลา

 

“ งั้นออขออยู่เป็นเพื่อนโหน่งแล้วกันนะหัวหน้า “ ออสาวน้อยในทีมงานที่รู้สึกจะพบรักกับโหน่งเมื่อมาทำงานด้วยกันที่นี่ อาสาจะอยู่เป็นเพื่อน

 

“ก็ดีเหมือนกัน ได้สิจ้ะออ  งั้นโหน่งก็ลองสอนการเปิดปิดออกอากาศให้ออไปด้วยเลยแล้วกันนะ จะได้ไม่เหงา มีอะไรทำ  จำไว้ล็อคประตูห้องไว้ตลอด ถ้ามีปัญหาอะไรให้โทรหาพี่ทันที  ขอบคุณมากๆ เจอกันที่บ้านนะคะทั้งสองคน”

 

อีกไม่ถึง 10 นาที รถsuv คันใหญ่ที่บรรจุคนแน่นเหมือนปลากระป๋องก็แล่นเข้าจอดที่บ้านหลังเล็ก  หนูเท่ง คว้ากุแจบ้านวิ่งไปเปิดบ้านและเปิดไฟทั้งบ้าน แต่ยังไม่ทันที่ทีมงานที่เหลือจะลงจากรถเสียงหนูเท่งก็ลั่นบ้าน จนทุกคนตกใจรีบวิ่งไปยังเสียง

 

“ หนูเท่ง หนูเท่งเป็นอะไรไป”  ระวีจัวตัวหนูเท่งเขย่าเรียกสติ  หนูเท่งไม่ยอมตอบ  ตัวสั่นแล้วชี้นิ้วไปที่ฝาผนังบ้าน ด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว

 

ทุกคนมองตามนิ้วของหนูเท่ง ก็พบว่าฝาผนังบ้านซึ่งปิดกุญแจไว้อย่ามิดชิดรอบครอบ มีรอยเท้าคนขนาดใหญ่  หลายสิบรอยอยู่บนฝาผนังในห้องนั่งเล่น เป็นรอยเท้าที่ตั้งใจประทับไว้ เพื่อเป็นการข่มขู่ ว่าเขาเข้ามาในบ้านนี้ได้อย่างง่ายดายเสมอ  ทีมงานทุกคนตกตะลึงและรู้สึกสติแตก เพราะตั้งแต่เมื่อวานก็เจอแต่เรื่องร้ายๆมาไม่หยุดไม่หย่อน

 

  ระวีสั่งให้ใครคนใดคนหนึ่ง โทรไปเช็คโหน่งและออซึ่งอยู่ที่สถานีว่า ปลอดภัยดีหรือไม่ เธอสั่งให้โหน่งขึ้นข้อความ สถานีขัดข้อง ขอปิดสถานีชั่วคราวในตอนนี้เลย แล้วให้ทั้งสองคนรีบขับรถกลับมาบ้านพัก เวลานี้เธอไว้ใจอะไรไม่ได้ทั้งสิ่น ความปลอดภัยของทีมงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้

 

ระวีไม่รอช้า งานนี้เธอต้องการความช่วยเหลือจากคนที่ไว้ใจได้ 

“ พี่แอนค่ะ ระวีขอความช่วยเหลือหน่อยค่ะ  ระวีอยากให้เพื่อนๆทีมข่าว มาอยู่เป็นเพื่อนที่บ้านพักตอนนี้คะ “ แล้วระวีก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่แอนฟังสั้นๆโดยสังเขป 

“ไม่เป็นไรนะ พวกนกพิราบทั้ง 5 ช่อง  ตอนนี้ยังอยู่บ้านพี่เลย มานั่งสังสรรค์วันเกิดให้พี่อยู่ได้ชวนที่ไม่ได้ชวนระวีและทีม  เพราะเห็นว่าไม่ค่อยสะดวกในช่วงนี้

 

เอาอย่างนี้นะคะ เดี้ยวพี่กับทีมนกพิราบที่นี่ จะยกทีมไปหาระวีและเพื่อนที่บ้านเดี้ยวนี้เลยแล้วกัน” พี่แอนพูดอย่างไม่ลังเลที่จะให้ความช่วยเหลือ

 

ไม่ถึงครึ่งชม.พี่แอน และทีมนกพิราบข้าวเจ้าถิ่นร่วม 15 คนก็มารวมตัวกันที่บ้านพักหลังเล็กโชคดีที่วันนี้ยังไม่มีใครเมา  ระวีจึงถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมาให้ทีมนกพิราบขาวเจ้าถิ่นฟัง  ทุกคนฟังแล้วเงียบไปตามกัน  แล้วพี่แอนก็พูดบางอย่างที่ไม่เคยพูดออกมา

 

“ กี่ทีมกี่ทีมที่มาทำงานที่สถานีนี้ก็โดนแบบนี้ มาหมด ที่นี่การเมืองมันแรง ใครเป็นฝ่ายตรงกันข้ามก็ผิดหมดไม่มีเหตุผล รอยเท้าที่อยู่นั่นอาจก็ไม่ใช่แค่คำขู่นะ  และแม้แต่ตัวของนายหัวของพวกน้องเอง ตอนนี้ก็ไว้ใจเขาไม่ได้  เพราะเขาไม่พอใจพวกน้องแล้ว เขาต้องทำอะไรน้องสักอย่างเหมือนอย่างทีมอื่นๆที่โดนมา”

 

“ เขาทำอะไรค่ะพี่แอน” ระวี รีบเอ่ยถามพี่แอนนักข่าวอาวุโสที่เป็นที่นับถือของสื่อมวลชนในจังหวัดด้วยความอยากรู้  พี่แอนถอนหายใจแล้วพูดว่า

“ที่พี่ไม่เคยพูดมาก่อน เพราะกลัวพวกเราจะขวัญเสีย และเห็นความตั้งใจความมุ่งมั่นของพวกเราในการทำงานด้วย ก็เลยคิดว่ามันจะมีโอกาสดีได้ไม่เหมือนทีมอื่นๆ อันนี้พี่ต้องขอโทษด้วย คือที่โดนๆกันมา เมื่อนายหัวของพวกน้องไม่พอใจ เขาจะไปแจ้งที่สถานีตำรวจไว้ว่า พวกน้องๆทั้งหมดไปขโมทรัพย์สินของเขา แต่ขาไม่เอาเรื่องไม่เอาของคืน  แต่ขอให้จับไปขังคุกไว้ในคุก 7 วัน…

 

…วันนี้น้องมีปัญหากับผู้ช่วยนายหัว พี่ว่า น้องอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว ต้องกลับกรุงเทพแล้วเพื่อความปลอดภัยของทุกคน เพราะตอนนี้น้องมีศตรูสองฝั่ง ทั้งด้านการเมือง และนายหัว กลับบ้านเถอะนะ”

ระวีและทีมงงานนิ่งอึ้งน้ำตาไหลเงียบๆ หนูเท่งเข้ามากอด และพูดว่า

 

“พวกชั้นรักแกนะระวี และพร้อมจะอยู่กับแก ถ้าแกสามารถรับปากพวกชั้นคำเดียวว่าแกจะรักษาชีวิตพวกชั้นไว้ได้ พวกชั้นจะไม่เป็นอะไร  พวกชั้นก็จะอยู่กับแกต่อไป”

คำพูดของ หนูเท่ง ทำให้ระวีต้องยอมแพ้ทุกสิ่ง เธอจะดูแลชีวิตพวกเขาได้หรือ ? เรื่องของความขัดแย้งทางการเมือง เป็นเรื่องที่พิราบขาวทั้งหลายรู้ดี ว่ามันอันตรายขนาดไหน แล้วทั้งทั้ง 11 คนเป็นอันตราย พ่อแม่ญาติพี่น้องเขาจะเสียใจแค่ไหน ระวีต้องตัดสินใจว่าเธอจะเลือกทางไหน เธอนิ่งไปสักพัก บรรยากาศมีแต่ความเงียบ ในที่สุด

 

ระวีก็ตัดสินใจ ที่จะให้พวกเขากลับไปหาพ่อหาแม่ที่พวกเขาจากมาอย่างปลอดภัย อย่างอื่นมันไม่สำคัญแล้ว

 

เมื่อได้การตัดสินใจร่วมกัน  คืนนั้นทุกคนจึงช่วยกันเก็บข้าวของ ของตนเอง เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพในเช้าวันรุ้งขึ้น ทีมพิราบข่าวเจ้าถิ่นรับรู้ และเตรียมการณ์ที่จะพาทีมพิราบขาวไปส่งตามสถานีรถไฟต่างอำเภอ แบบกระจายกันไป เพื่อไม่ให้เกิดกลุ่มเดินทางกลุ่มใหญ่ให้ผิดสังเกต  หนูเทงโทรส่งข่าวส่งข่าวให้ภมรกับแตงรู้ถึงเหตุการณ์ ว่าไม่ต้องย้อนกลับมา ส่วนข้าวของของแตงและภมรที่เหลืออยู่ พี่แอนจะช่วยส่งไปให้ทางไปรษณีย์

 

เช้ามืดวันรุ่งขึ้น กลุ่มพิราบขาวต่างถิ่นต่างกระจายตัวกันไปยังชานชลาของสถานีรถไฟแต่ละอำเภอ ตามแผนที่วางไว้  ทั้งหมดนี้ด้วยความช่วยเหลือของพิราบขาวเจ้าถิ่นที่ช่วยกันส่งเพื่อนของเขากลับสู่อ้อมกอดที่อบอุ่นและปลอดภัยของครอบครัว

 

ทันทีที่พ้นจังหวัดที่เป็นเขตอันตราย  ข้อความเครื่องรับข้อความของทีมพิราบต่างถิ่นทุกคนก็ดังขึ้น ด้วยข้อความเดียวกันว่า  “ มาอย่างเสือ กลับอย่างหมา  ยินดีต้อนรับสู่อิสรภาพนะ พิราบข่าวที่รัก ขอบคุณทุกคน ” สิ้นข้อความเชื่อว่าจะมีทั้งเสียงหัวเราะ และน้ำตาของพิราบข่าวทั้ง 12 ตัวด้วยความรู้สึกเดียวกัน

 

แม้จะต้องกลับอย่างหมา  แต่ก็ขอเป็นหมาที่ไม่ก้มหัวให้อิทธิพลของการเมืองมาครอบงำก็แล้วกัน ระวีได้แต่พึมพำกับตนเอง

 

อาทิตย์ถัดมา ที่บ้านหลังเล็กของระวีในกรุงเทพ ก็กลายเป็นที่รวมตัวของพิราบขาวลูกผสมทั้ง 12 ตัว  ด้วยความผูกพันในมิตรภาพและความรู้สึกผิดของระวี ที่เธอพาพิราบขาวไปไม่ถึงฝั่งเธอจึงให้ทุกคนมาอยู่รวมกัน เพื่อจะช่วยหางานและส่งทุกคนไปมีรายได้ ซึ่งหนึ่งเดือนต่อมาทุกคนก็กลับไปดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ยกเว้นคนเดียว

“ หนูเท่ง”  ที่ขอให้หางานเป็นคนสุดท้าย ซึ่งพูดติดตลกว่า อีเจ้ ชั้นจะยังไม่ไปไหนหรอก จะเกาะแกกินอยู่แบบนี้แหละ  แกมิปัญหาอะไรไม๊”  ก็ใครจะกล้าไปมีปัญหากับแกล่ะ “ไอ้เท่ง” ไปๆไปถูกบ้านทำกับข้าว ล้างห้องน้ำ”  ชั้นรู้ว่าแกห่วงสภาพจิตใจชั้นจึงยังไม่ยอมไปไหน ชั้นก็รักแกนะไอ้เท่งของอีเจ้ระวี

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู