head-namtokhuaisuanphlu-min
วันที่ 4 สิงหาคม 2022 11:42 AM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
หน้าหลัก » นานาสาระ » ฉันอยู่ที่นั่น ในวันที่เกิดสึนามิ

ฉันอยู่ที่นั่น ในวันที่เกิดสึนามิ

อัพเดทวันที่ 5 ธันวาคม 2020

ฉันอยู่ที่นั่น ในวันที่เกิดสึนามิสึนามิ

สึนามิ ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายที่ครั้งหนึ่งในชีวิต ฉันได้ไปร่วม อยู่ในเหตุการณ์

ที่เกิดภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ซึ่งได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปนับไม่ถ้วน

แต่ฉันรอดกลับมา จนมีชีวิตอยู่ถึงวันนี้

 

“สึนามิ” เป็นความทรงจำที่เจ็บปวดของคนไทยทั้งประเทศ

และความทรงจำของคนทั่วโลก ในวันที่เกิดในวันหลังเทศกาลคริสต์มาส 25 ธันวาคม 2547 เพียงวันเดียว

 

วันนั้นเป็นวันที่ 26 ธันวาคม 2547 หลังจากคืนที่ฉันผ่านการร่วมงานปาร์ตี้คริสต์มาสที่โรงแรม “กะรนภูเก็ต” เพียงคืนเดียว 

การเกิด”สึนามิ” ในครั้งนั้น เริ่มต้นด้วยการเกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ในเวลา 07.58 น.

 

ใครจะเชื่อว่าความรุนแรงของแผ่นดินไหวในครั้งนั้น สามารถทำให้น้ำในสระว่ายน้ำที่อยู่ในกรุงเทพ

สั่นกระเพื่อมได้อย่างน่าแปลกใจ ทั้งๆที่ ศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหว อยู่ที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

 

สำหรับฉัน ฉันคิดว่าเป็นปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ฉันรอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นอย่างไม่น่าเชื่อ

หลังคืนวันคริสต์มาส ฉันตั้งใจว่าเช้าวันรุ่งขึ้นจะขับรถไปทานอาหารเช้าที่ หาดป่าตอง (เป็นจุดที่มีการตายมากที่สุด)

 

แต่เช้าเพื่อดูดซับบรรยากาศการทานอาหารข้างถนนเรียบชายหาด ทั้งๆที่โรงแรมที่พักอยู่ที่หาดกะรน ก็มีอาหารเช้าให้กินอยู่แล้ว

ฉันเข้านอนหลังปาร์ตี้คริสต์มาสสิ้นสุดลงเมื่อเวลาประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง และตั้งใจจะตื่น 6โมงเช้าเพื่อขับรถไปกินอาหารเช้าที่ หาดป่าตอง

 

ในเช้าวันที่ 26 ธันวาคม ก่อนหกโมงเช้า ใกล้เวลาที่ฉันจะตั้งใจตื่น  ฉันได้ยินเสียงดังกังวานแต่เปี่ยมไปด้วยเมตตาของใครคนหนึ่งบอกซ้ำๆว่า

“ อย่าตื่นนะลูก นอนต่อไป… อย่าตื่นนะลูกนอนต่อไป… ในความรู้สึกตรงนั้น ฉันพยายามเพ่งสายตามองหาเจ้าของเสียง ภาพที่ฉันเห็นแม้จะลางเลือน

 

แต่ก็ทำให้ฉันจำได้ว่า เจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่นแต่คือ “ พ่อพิฆเนศ เทพแห่งศิลปะทุกแขนง

รวมทั้งนักสื่อสารมวลชน ที่ฉันได้รับการครอบครูตั้งแต่สมัยที่เป็นนักข่าวใหม่ๆที่ฉันเคารพนับถือนั่นเอง”

 

ในความสะลึมสะลือ กึ่งหลับกึ่งตื่น ฉันยกมือขึ้นพนมไหว้พ่อ และกล่าวขอบคุณท่าน ก่อนจะหลับต่ออย่างไม่รู้สึกกังวลกับอะไร

ฉันตื่นรู้สึกตัวตื่นอีกทีในเวลาประมาณ 7 โมงกว่าๆ เพราะได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายดังมาจากห้องอาหารเช้าของโรงแรมชั้นล่าง

 

จึงหยิบเสื้อคลุมสวมทับแล้วเดินออกไปดูที่ระเบียงอย่างไม่รอช้า ด้วยความรู้สึกแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น 

พนักงานคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมามอง และตะโกนถามว่า “ คุณรุ้งไม่ไปทานอาหารเช้าที่หาดป่าตองแล้วหรือครับ ?

 

นี่ก็สายมากแล้วแดดจะร้อนนะครับ”

“ คงไม่ได้ไปแล้วล่ะจ้ะ เพราะตื่นสายมาก ทานที่นี่แหละ เดี๋ยวเตรียมชุดอาหารเช้าให้สักชุดนะ เดี๋ยวเราลงไปกิน

 

ว่าแต่ว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงเสียงดังไปจนถึงห้องเรา” รุ้งระวีไม่ลืมถามถึงสาเหตุที่มาของเสียงที่ทำให้เธอต้องตื่น”

“มีเรื่องน่าแปลกใจครับ เดี๋ยวคุณรุ้งลงมาทานอาหาร ผมจะเล่าให้ฟังครับ” พนักงานคนเดิมตอบ

 

แล้วรุ้งระวีก็เดินเข้าห้องพักอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ไม่ถึง 15 นาทีเธอก็ลงไปถึงห้องอาหารเช้า ซึ่งมีอาหาร

จัดเตรียมไว้ให้เธอเรียบร้อยแล้ว 

 

รุ้งระวีใช้เวลาทานอย่างรวดเร็ว มองดูนาฬิกาที่ข้อมือ ขณะนั้นเวลา 7.45 น. ก่อนขึ้นพนักงานชายหนุ่ม เดินเข้ามาเล่าเรื่องว่า

พนักงานทุกคนที่ไปเดินเล่นที่ชายทะเลมาเมื่อเช้า เห็นว่าน้ำทะเลลดลงไปจากชายหาดเป็นกิโลๆ

 

พนักงานบางคนที่มีแฟนทำงานอยู่ที่โรงแรมอื่นโทรไปถามแฟน ปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดเหมือนกัน

และหาดต่างๆก็พากันเอาถังน้ำไปเดินเก็บปลาที่ขึ้นมานอนเกลื่อนกราดที่ชายทะเลเป็นจำนวนมาก

 

ทุกคนเลยพากันกังวลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า? เพราไม่เคยเห็นทะเลเป็นแบบนี้เลย รุ้งระวีเลยบอกว่า

เดี๋ยวเราจะกลับขึ้นไปยืนดูที่ระเบียงฝั่งที่มองเห็นชายทะเล

 

7.55 รุ้งระวีขึ้นไปยินดูชายทะเลอยู่ที่ระเบียง ภาพที่เห็นคือ มีคนจำนวนมากกำลังเดินเก็บปลาใส่ถังน้ำกันอย่างสนุกสนาน

ส่วนลูกๆของนักท่องเที่ยวที่กำลังนอนอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบก็ไปร่วมสนุกกับการเก็บปลาช่วยคนท้องที่ที่กำลังจับปลาด้วย

 

รุ้งระวียิ้มกับภาพที่เห็น “น่ารักดี”  โดยที่เธอ และทุกคน หารู้ไม่ว่ากำลังจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาที

อีก 2-3 นาทีต่อมา รุ้งระวีก็ต้องตะลึงกับภาพอย่างอย่างที่เห็น   คลื่นยักษ์สีดำขนาดใหญ่สูงราวๆตึก 10 ชั้นยกตัวขึ้นจากทะเลที่แสนไกล

 

เคลื่อนตัวเข้าหาฝั่งทะเลด้วยความเร็วที่ประมาณไม่ได้ มันเคลื่อนเข้าฝั่งและ !!!!

กลืนกินร่างของทุกคนที่อยู่บนชายหาดเหมือนอสูรร้ายที่หิวโหยมนุษย์มานาน

 

ร่างของมนุษย์ เก้าอี้ผ้าใบ รถยนต์ที่จอดอยู่ริมหาดถูกกลืนกินไปพร้อมๆกัน รุ้งระวีมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งวิ่งสุดกำลังมาที่รถตู้

คงหวังว่าจะขับรถหนีเจ้าอสูรกายตัวนี้ แต่พอเขาเปิดประตูกำลังจะก้าวขึ้นรถ เจ้าคลื่นยักษ์ก็กลืนกินทั้งเขาและรถตู้ภายในไม่กี่วินาที

 

มนุษย์และสิ่งของทุกสิ่งทุกอย่างเปรียบเสมือนของเล่นเด็กชิ้นเล็กที่ถูกกวาดลงทะเลสาบขนาดใหญ่ของหาดกะรน

เรือเดินทะเลหลายลำถูกชัดเข้าหาฝั่ง  รุ้งระวีจ้องมองสิ่งต่างๆที่ปรากฏแก่สายตาด้วยความตื่นตะหนก

 

เธอยกกล้องวิดีโอขนาดเล็กที่ต้องการเพียงนำมาบันทึกภาพน้ำลดที่ชายทะเลขึ้นมาจับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ถนนหน้าโรงแรมเนืองนองไปด้วยสายน้ำที่เชี่ยวกราด แล้วรุ้งระวีก็เห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งถูกน้ำซัดมา

 

เธอคนนั้นพยายามที่จะยื้อตัวขึ้นไม่ให้จมน้ำแต่พลังของน้ำมันแรงกว่านัก รุ้งระวีตะโกนเรียกพนักงานชั้นล่างให้หาเชือกเพื่อโยนไปให้เธอจับ

ด้วยความรวดเร็วพนักงานชายคนหนึ่งได้เชือกมาจากห้องเก็บของที่อยู่ติดกับห้องอาหาร วิ่งมาตรงบริเวณของโรงแรมที่ติดกับถนน

 

แล้วเหวี่ยงไปให้หญิงสาวที่ถูกน้ำซัดมาบริเวณข้างโรงแรมพอดิบพอดี “ เดชะบุญ ขอบคุณพระท่าน”

รุ้งระวียกมือขึ้นไหว้ท่วมหัวที่สามารถช่วยผู้หญิงผู้เคราะห์ร้ายได้ทัน

 

เมื่อแย่งตัวเธอมาจากสายน้ำที่โหดร้ายได้ ผู้หญิงคนนั้นก็ถูกอุ้มขึ้นมาปฐมพยาบาลบนสนามหญ้าข้างห้องอาหารของโรงแรม

“ คุณพระช่วย ขาด้านขวาของเธอ ไม่เหลือเนื้อแม่แต่นิด กระดูกที่ปราศจากเนื้อขาวโพลนจนถึงข้อเท้า

 

เธอคงถูกของแข็งบางอย่างปาดเนื้อขาของเธอขณะถูกน้ำซัดมา และเลือดก็คงถูกน้ำชะหายไปสิ้น หลังจากให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

จึงได้พูดคุยและสอบถามได้ความว่า เธอถูกชัดมาจากหาดป่าตอง ขณะกำลังนั่งกินอาหารเช้าอยู่กับสามีฝรั่ง

 

และก็ไม่รู้ว่าตอนนี้สามีฝรั่งของเธออยู่ที่ไหนแล้ว เธอร้องไห้โฮ ตลอดที่เล่าเรื่อง     

“คุณพระช่วย เธอถูกซัดมาจากหาดป่าตอง หาดที่รุ้งระวีตั้งใจจะขับรถไปกินอาหารเช้า  นี่ถ้าเราตื่นเช้า เราจะเป็นยังไง???

 

“พ่อ พ่อพิฆเนศ พ่อมาช่วยชีวิตลูกไว้แท้ๆ” รุ้งระวี อุทานอยู่ในใจ ใครจะเชื่อว่าเธอรอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด

เหตุการณ์สงบลงแล้ว คลื่นยักษ์อสูรกายสยบร่างจากอสูรกายสูงใหญ่เป็นสายน้ำขุ่นๆที่ไหลนองตามถนนและสถานที่ต่างๆ

 

เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาเมื่อไม่กี่นาทีนี้ สิ่งที่ยังคงเหลือทิ้งไว้คือ ร่างมนุษย์ที่ไร้ลมหายใจ

ส่งของที่เสียหายตั้งแต่เล็กจนใหญ่ เรือเดินทะเลหลายต่อหลายลำจอดเช็ดอินอยู่ในโรงแรมหลายแห่งเป็นภาพที่แปลกตา

 

และเป็นตลกที่ร้ายที่สุด การสื่อสารทุกอย่างถูกตัดขาด ไม่มีสัญญาณโทรทัศน์ สัญญาณอินเตอร์เน็ต

ไม่มีอะไรทั้งสิ้น สนามบินมาสามารถทำการบินได้

 

คลื่นยักษ์เงียบสงบแล้ว คงเหลือแต่เสียงร้องไห้ของพนักงานที่ต่างก็สูยเสียคนที่ตนเองรัก บ้างก็แฟนที่ไปทำงานที่โรงแรมอื่นๆ

ญาติพี่น้องที่ขายของอยู่ตามริมชายหาด และความสูญเสียอื่นๆที่ไม่สามารถรับรู้ได้ รุ้งระวีต้องพักอยู่ที่โรงแรมอีก 2 วัน

 

จึงจะมีโอกาสได้เดินทางกลับกรุงเทพ เวลาสองวันที่เหลือเธอจึงถือกล้องวิดิโออันเล็กเดินบันทึกภาพผลงานความเสียหายที่เกิดจากเจ้าคลื่นยักษ์

ที่ไม่มีความปรานี ไม่สนใจในความเลื่อมล้ำต่ำสูงว่าใครจะรวยหรือจน  ทุกคนได้รับสิทธิ์ในการสูญเสียเช่นเดียวกันหมด

 

ศพของผู้เสียชีวิต และรถยนต์สิ่งของที่ถูกกวาดมาลงทะเลสาบรวมกัน ถูกกู้ขึ้นมาบนฝั่งอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เกิดการเน่าเหม็น

รุ้งระวีขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพด้วยความรู้สึกที่หดหู่  เหตุการณ์นี้คงเป็นคริสต์มาสที่เธอต้องจำไปชั่วชีวิต

 

หลังผ่านพ้นความตายมาได้ ทุกครั้งที่มีใครถามเธอถึงเหตุการณ์นี้ ก่อนจบการแบ่งปันประสบการณ์ที่โหดร้าย

รุ้วระวีมักจะพูดติดตลกว่า เธอไม่เคยกลัวความตายเลย เพราะขนาด “สึนามิ” ยังเอาเธอไปไม่ได้ ตลกร้ายชะมัด !  

 

  

 

6 ธ.ค.2547 เกิด”สึนามิ” – ‘สึนามิ’ โศกนาฏกรรมคลื่นยักษ์ มีจุดเริ่มต้นเมื่อเวลา 07.58 น. วันที่ 26 ธันวาคม 2547

(ตามเวลาประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง ศูนย์กลางอยู่บริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา

ประเทศอินโดนีเซีย … สำหรับประเทศไทย ถือเป็นเหตุการณ์ ‘สึนามิ’ ครั้งแรก และร้ายแรง เกินจะนึก

 

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู