head-namtokhuaisuanphlu-min
วันที่ 22 พฤษภาคม 2022 11:13 PM
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์ โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
หน้าหลัก » นานาสาระ » พยาบาลตัวน้อยกับความฝัน

พยาบาลตัวน้อยกับความฝัน

อัพเดทวันที่ 11 พฤศจิกายน 2020

พยาบาลตัวน้อยกับความฝัน

ช่วงวัยเด็ก

ช่วงวัยเด็ก แน่นอนว่าในช่วงวัยเด็กตอนที่เราไปโรงเรียน ช่วงวัยเด็ก คำถามที่มักโดนถามอยู่บ่อย ๆ อย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ คงเป็นคำถามที่ว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร…” ฟังดูเหมือนจะเป็นคำถามจุดประกายความคิด ถูกต้องไหม…มันช่วยกระตุ้นให้พวกเราในตอนนั้นพยายามเค้นเนื้อสมองของเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งออกมาว่าเราอยากจะเติบโตเป็นคนแบบไหน แม้ว่าตอนนั้นเรายังไม่ได้เข้าใจอะไรในตนเองเลยสักครั้ง ตอนนั้นพวกเราอาจจะตอบเพราะว่าอาชีพที่เลือกดูเท่ดูสวยกว่าอาชีพอื่น ๆ

ยกตัวอย่างอาชีพที่ได้ยินจากเด็กทั่วไปในอดีตก็น่าจะเป็น “อยากเป็นหมอ” “พยาบาล” “ครู” “ตำรวจทหาร” เป็นต้น หรือที่ได้ยินบ่อยไม่แพ้กันคืออยากเป็นแอร์โฮสเตสที่พอตอบแล้วเพื่อนในห้องต้องถึงกับร้องตื่นตกใจขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันเพราะในมุมมองของเด็กนั้นถือว่าเป็นอาชีพที่ดูเกินตัว หลายคนอาจมองว่าการคิดถึงอาชีพเป็นเรื่องที่สมควรต้องรีบทำให้เร็วที่สุด ยิ่งเจอเป้าหมายและพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วก็ถือว่าได้เปรียบคนในวัยเดียวกัน ได้ทดลองก่อน ผิดพลาดก่อน ประสบความสำเร็จก่อน โดยไม่รู้เลยว่าผลร้ายของการเร่งรัดมันก็มีเช่นเดียวกัน

พ่อแม่บางคนก็ชอบขีดเส้นกำหนดชีวิตให้ลูกของตัวเอง สร้างกรอบมาให้ลูกอยู่เสมอ จนชีวิตของเขาเองเขาไม่เคยได้ใช้ตามใจตนเองเลย แม้จะไม่ได้เถียงขึ้นมาในจุดนี้แต่แน่นอนว่ามนุษย์ทุกคนต่างก็ต้องการพื้นที่และตัวตนของตัวเองเสมอ ฉะนั้นดีที่สุดคือจงให้อิสรภาพทางความคิดของเขาไป หากวันไหนเขาล้มก็จงสอนให้เขาลุกขึ้นสู่อย่างสง่า วันไหนเขาร้องไห้เพราะพบกับความยากลำบากไม่จำเป็นต้องสอนให้เขาพยายามฟื้นไม่ให้น้ำตาไหลออกมา

แต่ต้องสอนให้เขาร้องไห้อย่างเต็มที่แต่ไม่คิดจะยอมแพ้แต่อุปสรรค ชีวิตของฉันนั้นเคยได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งฉันยกให้เธอเป็น “ไอดอล” เพราะรู้สึกประทับใจในความคิดและการใช้ชีวิตของเธออย่างบอกไม่ถูก ผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนของฉันเอง เธอชื่อว่า “ปานรุ้ง” เป็นเด็กสาวที่ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 ของทุกวันมาช่วยยายขายอาหารและขนมหวานที่ตลาด

เธอทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนตอนนี้เธอกำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ปานรุ้งเป็นคนที่ขยันเรียนมากแต่ก็ไม่ได้เคร่งเครียดกับการเรียนเท่าเพื่อน ๆ คนอื่นในห้อง ฉันเห็นเธอมักจะมีความสุขเสมอกับการได้ลองพยายามทำอะไรใหม่ ๆ ได้เรียนเรื่องใหม่ ๆ เธอก็จะรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ เราได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นเมื่อคุณครูจับฉลากให้ทำงานอยู่กลุ่มเดียวกัน

เดิมทีตัวฉันเป็นคนที่คิดงานช้าเพื่ออยากให้งานนั้นออกมาดีที่สุดจนทำงานเกือบเลยเดดไลน์ทุกครั้งไปแต่เมื่อปานรุ้งเข้ามาทำงานด้วยเธอก็เป็นตัวขับเคลื่อนให้งานเสร็จได้อย่างรวดเร็วราวกับว่าเธอไม่อยากทำมันนาน ๆ เพราะเธอบอกว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ นั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าเธอมีความคิดที่ดีจริง ๆ เพราะเวลาเป็นสิ่งมีค่าหากเราใช้อย่างไม่รู้ความหมายแล้วชีวิตก็คงไม่ได้เจริญก้าวหน้าอย่างแน่นอน นั่นเป็นสิ่งแรกที่ฉันรู้สึกประทับใจในตัวเธอ แน่นอนว่าชีวิตการเป็นนักเรียนที่เรียนปีสุดท้ายและกำลังจะต่อมหาวิทยาลัยมันไม่ใช่เรื่องง่ายแม้แต่น้อยที่จะจัดการกับความฝันของตนเอง

ฉันรู้มาว่าปานรุ้งมีความตั้งใจอยากจะเป็น “พยาบาล” ความรู้สึกแรกที่เข้ามาคือ “ใช่ เธอเหมาะสม” นั่นเองที่ทำให้ฉันเริ่มเข้าไปคุยกับเด็กสาวคนนี้มากขึ้นเกี่ยวกับการเลือกความฝันเพราะตอนนั้นฉันรู้สึกโลเลและสับสนกับตนเองเหลือเกิน “ทำไมเธอถึงอยากเป็นพยาบาล…” “เราอยากช่วยเหลือผู้ป่วย เรารู้ดีว่าตอนคนเราเจ็บป่วยมันแย่แค่ไหน เราอยากให้พวกเขาหลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาณพวกนั้น” นี่เป็นคำตอบที่ออกมาพร้อมกับแววตาเปล่งประกายของเด็กสาว สื่อให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและเป็นความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจ “แต่ว่า…แบบนั้นทำไมถึงไม่อยากเป็นหมอล่ะ” ก่อนอีกฝ่ายจะตอบก็เห็นเธอยิ้มเล็ก ๆ

ก่อนจะตอบว่า “ความจริงตอนเด็ก ๆ ก็อยากจะเป็นหมอเหมือนกันนะ แต่พอดูที่หมอเรียนแล้วบอกเลยว่าไม่ไหว เราทำลงมือทำเยอะ ๆ เราไม่ได้เรียนเก่งขนาดนั้นน่ะ” “แต่ว่า…ทำไมเธอถึงไม่ลองดูก่อนล่ะ บางทีเราอาจจะทำได้มากกว่าที่เราคิดนะ” “บางครั้งเราก็ควรจะรู้ความตั้งใจที่แท้จริงของเราก่อนลงมือทำนะ” นั่นเองเป็นคำตอบที่เปลี่ยนแปลงชีวิตฉันไปตลอดกาลและยิ่งเริ่มมองว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงที่มีความคิดไม่เหมือนกับคนอื่นที่ฉันเคยถาม คำตอบของเธอทำให้ฉันกลับมาคิดว่า แท้จริงแล้ว…เป้าหมายของชีวิจเราคืออะไรกันแน่

เวลาผ่านไปหลายเดือนที่นักเรียนทั่วประเทศได้อ่านหนังสือเตรียมสอบกันอย่างหนักหน่วงเช่นเดียวกันกับ “ปานรุ้ง” ที่เธอพยายามอ่านหนังสือก่อนนอนทุกวัน แต่ก็ยังไม่ละทิ้งหน้าที่ที่ต้องไปช่วยยายขายของตอนเช้ามืดของทุกวัน ผู้เป็นยายเห็นดังนั้นก็แอบรู้สึกเป็นห่วงหลานสาวไม่น้อย แต่ที่แน่นอนคือรู้สึกภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกที่แม้พ่อแม่ของเธอจะถึงไปตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ก็ได้เติบโตเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เข้มแข็งและไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากในชีวิตแม้แต่น้อย จนในที่สุดวันประกาศผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็ออกมา ผลปรากฏว่าปานรุ้งทำสำเร็จ เธอติดที่วิทยาลัยพยาบาลที่เธอใฝ่ฝันมาโดยตลอด

หยดน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจของเด็กสาวนั้นไหลรินออกมาไม่ขาดสาย เธอเชื่อแล้วว่าคำกล่าวที่เธอยึดมั่นมาโดยตลอดที่ว่า “ความพยายามไม่เคยทรยศใคร” เป็นเรื่องจริง ทุกหยาดเหงื่อของเธอได้นำมาซึ่งความสำเร็จที่เธอใฝ่ฝัน ปานรุ้งที่เพื่อน ๆ ล้อมเข้าไปกอดแสดงความดีใจได้ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอดที่ได้เรียนด้วยกัน

เธอยึดมั่นว่าจะตั้งใจเรียนในวิทยาลัยให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อหวังให้ความรู้ของเธอได้มาสู่การรักษาและพยาบาลคนไข้อย่างดีที่สุด นั่นเป็นปนิธานที่เธอตั้งเอาไว้ในใจของตนตั้งแต่วันนั้น ตอนนี้เธออยู่ในชุดของนักศึกษาพยาบาลแสนสวยสีขาวดูสะอาดตา หากพูดความจริงจากใจฉันเองรู้สึกว่าเธอเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มากเลยในตอนนี้ สติและการวางตัวของเธอดูเรียบร้อยขึ้นทันตา

ฉันขอแสดงความดีใจด้วยนะว่าที่พยาบาลตัวน้อย

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook

นานาสาระ ล่าสุด
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู
โรงเรียน น้ำตกห้วยสวนพลู